fbpx

Woocommerce vs Magento แพลตฟอร์มไหน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

Woocommerce vs Magento  สำหรับผู้เริ่มต้น หลายคนยังเกิดความสับสน และลังเลอยู่ว่าจะเลือกแพลตฟอร์ไหนดีกว่าในการทำระบบ e-commerce เพราะว่าแต่ละแพลตฟอร์มก็มีความโดนเด่นพอๆกัน เอาละสิ จะเลือกอันไหนก่อนดี !!

ในฐานะผู้เริ่มต้นใช้งาน ทุกคนต้องการเครื่องมือ ระบบ ที่ใช้งานง่าย และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว และนั่นเองทำให้เราดึงประเด็นเรื่อง Woocommerce กับ Magento มาพูดในวันนี้

Woocommerce vs Magento Ecommerce

Woocommerce เหมาะสำหรับมือใหม่

Woocommerce เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ สำหรับผู้เริ่มต้น ที่กำลังมองหาระบบเพื่อมาสร้างเป็นร้านค้าออนไลน์ เหตุผลหลักที่ใช้ woocommerce เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce คือ คุณสมบัติที่หลากหลายและการใช้งานง่าย ด้วยความที่เป็นระบบเดียวกับ WordPress จึงทำให้ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องเขียน code ก็ทำได้

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง SME ชอบใช้ woocommerce เพราะช่วยประหยัดเวลาได้มากด้วยการที่ใช้งานง่าย ไม่เพียงแค่นี้ยังเป็นเพราะคุณสมบัติ ฟังชั่นต่างๆ ปรับแต่งได้หลากหลาย และ ที่สำคัญเลย คือ ฟรี

Magento ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Magento เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุด เพราะว่าคุณภาพ ระบบ ความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และฟังชั่นต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะ Magento เกิดมาเพื่อถูกสร้างเป็นร้านค้าออนไลน์ หรือ e-commerce โดยเฉพาะ แต่ด้วยความซับซ้อนของระบบ จึงทำให้ไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเท่าไหร่นัก เพราะต้องการการปรับแต่งที่ยุ่งยากพอสมควร จึงต้องอาศัยทักษะ และบุคลากรด้าน Programming ในการดูแลระบบโดยตรง

ในการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณด้วย Magento ใช้เวลานานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ woocommerce หากคุณมีเวลาที่จะเรียนรู้และต้องการเว็บไซต์ที่โหลดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพการเลือก Magento แทนที่จะเป็น Woocommerce

Woocommerce vs Magneto Speed ​​& Performance

ความเร็วและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซคือ ปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น ขนาดรูปภาพที่หนักเกินไป ธีมที่หลากหลาย เป็นต้น หากคุณต้องการให้แพลตฟอร์มเว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างรวดเร็ว คุณควรปรับเว็บไซต์และ CMS ให้เหมาะสม

เมื่อพูดถึง Woocommerce และ Magento จริงๆแล้วทั้งคู่ต่างรู้จักกันดีในเรื่องความเร็วและประสิทธิภาพ แม้ว่าผู้ใช้จะพบปัญหาเรื่องความเร็วขณะใช้ Magento เพราะใช้ resource ค่อนข้างเยอะกว่า woocommerce แต่ถ้าคุณลบแคชและเพิ่มประสิทธิภาพ CMS ของคุณคุณจะได้เว็บไซต์ที่เร็วเลยทีเดียว

Woocommerce vs Magento Pricing

ราคาของ Woocommerce

เมื่อเราพูดถึงค่าใช้จ่ายหรือราคาสำหรับการสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซโดยใช้ woocommerce นั้น คือ ฟรี woocommerce เป็น Opensource ซึ่งเราสามารถดาวโหลดมาใช้ได้อย่างฟรีๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ woocommerce และ Plugin พื้นฐานก็มีให้โหลดอยู่ฟรีกันมากมายเช่นกัน

แต่ในกรณี ถ้าคุณต้องการจ้างนักพัฒนา woocommerce เพื่อสร้างเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้เว็บไซต์คุณอลังการมากขึ้นนั้น ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แต่ยังไงคุณก็ยังจ่ายน้อยกว่านักพัฒนา Magento เมื่อเทียบกันแล้ว

ราคาของ Magento

เช่นเดียวกัน Magento ก็เป็น Opensource เหมือนกัน สามารถใช้งานฟรีโดยการดาวโหลดมาใช้ได้ที่ Magento ระบบของ Magento นั้น จะเหมาะกับระดับองค์กรขนาดใหญ่ แต่สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้เริ่มต้นใหม่นั้นไม่เหมาะสมโดยประการทั้งปวด เพราะด้วยความที่ฟังชั่นมากมาย คุณอาจใช้ไม่ครบอย่างแน่นอน

Magento นั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. Magento Community เป็นแบบให้โหลดมาใช้ฟรี หรือที่เรียกว่า Open Source แต่ต้องมีคนที่มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม และอ่าน Code ได้ เพราะว่าตัวฟรีนั้น จะมี Bug ให้เข้ามาปวดหัวและให้แก้ไขอยู่ตลอดเวลา จึงต้องอาศัยคนดูแล
  2. Magento Enterprise เป็นแบบต้องจ่ายเงิน ราคาเริ่มต้นที่ 20,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี (รวมค่าฟังก์ชั่น abandon cart และการช่วยเหลือ) ซึ่งจะเหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งตรงนี้จะมีทีมของ Magento คอย Support ให้อยู่ตลอดเวลา

หลักๆแล้ว ทั้ง Magento Community และ Magento Enterprise ค่อนข้างจะคล้ายกัน ต่างกันตรงที่ Magento Enterprise จะต้องจ่ายค่ารายปี ปีละ 20,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และจุดต่างที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือ Magento Community ไม่มีระบบรักษาระดับสูงสำหรับป้องกันช่องทางในการชำระเงิน และความปลอดภัยอื่นๆ อย่างที่ Magento Enterprise มี อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ทำไม Woocommerce จึงดีกว่า Magento สำหรับผู้เริ่มต้น?

เมื่อเราพูดถึงผู้เริ่มต้นใช้งาน เรามองไปที่ CMS ที่สามารถเติมเต็มความจำเป็นทั้งหมดของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในราคาที่เหมาะสม ในกรณีเช่นนี้เราสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

  1. Woocommerce เป็น CMS Opensource
  2. Woocommerce นั้นใช้งานง่าย และเข้าใจง่าย
  3. CMS ของ Woocommerce ราคาถูก
  4. Plugin ฟรี มีมากมาย เพื่อมาเติมเต็มให้เว็บไซต์ดูดี
  5. การจ้างนักพัฒนา Woocommerce นั้น ถูกกว่าพัฒนา Magento

สรุปแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า Magento ไม่ดี แต่ไม่เหมาะ และไม่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นจะใช้งานในการนำมาสร้างเป็นร้านค้าออนไลน์ เพราะด้วย Magento เป็นระบบใหญ่ เหมาะกับระดับธุรกิจขนาดใหญ่ และต้องมีคนดูแล มีทักษะเชิง Programming พอสมควร จึงทำให้ Magento เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มต้นและกำลังมองหาระบบสักระบบมาใช้งาน ผมแนะนำ Woocommerce เลยครับ อนาคตถ้าธุรกิจคุณใหญ่ขึ้น ค่อยปรับระบบไปเป็น Magento ในอนาคต ก็ได้เช่นกัน

HOW CLICK END WEB CAN HELP?

บริษัทที่มีแนวทางการพัฒนาที่เน้นคุณภาพและมาตรฐานสูงในธุรกิจด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ครบวงจร เรายินดีให้คำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์การจัดทำเว็บไซต์ e-commerce ภายใต้โจทย์ทางธุรกิจที่ชัดเจน และสามารถวัดผลได้ หากคุณต้องการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่มีคุณสมบัติที่ได้รับความนิยมในตลาดออนไลน์ CLICK END พร้อมให้บริการคุณแล้ว

ติดตามข่าวสาร The Click Blog

ติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับการขาย และการตลาดตามสไตล์ Inbound ส่งตรงไปยัง Inbox ของคุณ
ติดตามบล๊อค
close-link